สร้างบ้านสวยด้วยอิฐมอญพร้อมแบบบ้าน(ฟรี)

ต่างว่าใครที่กำลังคิดว่าอิฐมอญนั้นต้องนำมาก่อสร้างบ้านพร้อมด้วยเรียงกันเป็นรูปเป็นร่างโครงสร้างที่สมบูรณ์กับก็ฉาบด้วยปูนพร้อมทาสีสวยๆ ก็คงจักเป็นเช่นนั้นหลังจากนั้น แต่!!! ถ้าต่างว่าว่าคุณได้ลองดูบทความนี้แล้วคุณจักแสดงว่า โอ้วๆๆ มันยังมีไอ้บ้าคนไหนที่ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?

สงสัยล่ะซิ ไม่ต้องสงสัยครับ เพราะว่าในบทความนี้ เจ้าของบ้านแกได้สร้างไอเดียที่บรรเจิด!! บรรเจิดยิ่งๆนะ ด้วยการนำเอาอิฐมอญมาเป็นส่วนประกอบหลักในการซื้อขายบ้าน หรือว่าสร้างบ้านเลยล่ะ แถมยังไม่ต้องโบกปูนทับด้วยนะ กับแกก็ไม่ได้ทาสีอะไรเพิ่มเติมเข้าไปด้วย

ถ้าอย่างนั้นลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าบ้านหลังนี้มันจะอลังเลิศเลอมากแค่ไหน

ซึ่งถ้าถ้าว่ามองดูภายนอกบ้าน ก็อาจจักดูเหมือนว่าไม่มีอะไรโดดเด่น และแตกต่างเลย
แต่หากเข้ามาดูภายในตัวบ้านแล้วล่ะก็ คุณจักต้องร้องว้าววขึ้นมาทันที กับจะต้องแปลกประหลาดใจว่า คนดีๆที่ไหนเข้าจักทำแบบนี้วะครับ

ซึ่งด้วยการนำอิฐมอญที่คาดว่าจำนวนไม่ต่ำกว่าหมื่นก้อนมาบรรจงเรียงกับจัดสรรอย่างปราณีตจึงทำให้บ้านหลังนี้ ออกมาโดดเด่นกับสวยงามอย่างที่ท่านได้เห็นกันไปเลยล่ะ

โซนรับประทานอาหารถือว่าเป็นบรรยากาศที่น่ารับประทานอาหารไปด้วยแท้ๆ

 

มุมพักผ่อนหย่อนใจก็ไม่พ่ายกันนะครับ

 

 

 

 

ดูส่วนต่างๆของในบ้านมาพอสมควร ถ้างั้นถึงเวลาแล้วล่ะทีเราจะไปดูแบบการสร้างบ้านกันบ้างดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นยังไงบ้างล่ะครับ เกี่ยวกับไอเดียการตกแต่งบ้านเพราะว่าใช้อิฐมอญ ขอหมายว่าสมมติท่านผู้อ่านใคร่ได้ได้ หรือว่าสร้างแบบนี้ คงต้องเตรียมเงินทุนไว้ก่ายกองสักหน่อย และควรที่จะปรึกษากับวิศวะกรด้วยว่า สมมตทำแบบนี้แล้ว มันจักมีผลเสียร้ายแรงอะไรไหม เพราะอิฐมอญแม้ไม่ฉาบด้วยปูนแล้วล่ะก็ การทรุดใช่ไหมพังทลายก็มีโอกาสูงนะครับ

มองหาแบบบ้าน คอนโด คอนโดมิเนียม เหรอสนใจใคร่ซื้อขายบ้าน ก็เชิญได้เลยครับที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

ขอบคุณรูปจาก https://www.homeadore.com

ข้อควรรู้ 10 ข้อในการพักในคอนโด

ข้อควรรู้ 10 ข้อในการพักในคอนโด

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะมีความคิดที่ว่าการย้ายที่พักอาศัยไปอยู่ที่ “คอนโดมิเนียม” โดยที่เหตุผลหลักๆ ก็อาจจะมองว่า เพราะคอนโดนั้นมีราคาถูกกว่าการซื้อขายบ้านใหม่ โครงการขายบ้าน และ ” ขายบ้าน ” ซึ่งถ้านำมาเปรียบเทียบกันแล้ว การอยู่คอนโดทั้งสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน แหล่งสาธารณูปโภค บริโภค เดินทางง่ายสะดวกรวดเร็ว แต่ว่าถึงแม้ว่าคอนโดจะเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงมากเพียงใด ก็ย่อมมีจุดที่ไม่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน หากคุณไม่ระวังตัวคุณเองด้วยส่วนหนึ่ง ภัยร้ายก็อาจมาถึงตัวได้

ดังนั้น blog เราจึงมีข้อควรรู้ 10 ข้อสำคัญในการอยู่คอนโดมิเนียมที่ท่านควรจำและปฏิบัติ โดยเฉพาะถ้าหากคุณเป็นสุภาพสตรีที่ต้องเช่าอยู่ภายใน ” คอนโด,คอนโดมิเนียม ” เพียงคนเดียว

1. (คอยผู้คนรอบข้าง) การที่ท่านได้ย้ายเข้าพักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมเราก็คงต้องพบต้องเจอกับคนแปลกหน้ามากมายตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำคอนโดมิเนียม ผู้พักอาศัยภายในคอนโดมิเนียม หรือแม้แต่เพื่อนข้างห้องพัก ช่างประจำคอนโดมิเนียม ฯลฯ ดังนั้นท่านจึงควรสังเกตุพฤติกรรม และไม่ควรไว้ใจใครให้มากจนเกินไป

2. (มุมอับของอาคาร) ตามซอกมุมอาคารที่คอนโดใหม่มักจะมีจุดที่เปลี่ยวและลับตาคน เช่น ตามมุมตึก หรือตามซอกหลืบต่างๆ ตามมุมอาคารที่มักไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน ซึ่งจุดต่างๆเหล่านี้ ยังใช้เป็นที่กำบังตัวของเหล่าอาชญากรที่มีเจตนาไม่ดี ดังนั้นเวลาเดินผ่านตามมุมอาคารหรือมุมตึกควรสังเกตุและระวังตัวทรัพย์สินมากกว่าปกติ

 

3. (ลิฟต์) ท่านควรจะต้องตรวจสอบการทำงานของลิฟต์ว่ามีระบบเปิด – ปิด การทำงานเป็นปกติหรือไม่ และตอนขึ้นลิฟต์ให้สังเกตดูบุคลิกของคนที่อาจจะขึ้นลิฟต์ไปกับท่านว่าน่าไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูไม่น่าไว้วางใจท่านก็ควรจะปล่อยให้เขาขึ้นลิฟต์ไปก่อน

4. (กล้องวงจรปิด) หากท่านได้ย้ายเข้ามาอยู่ภายในคอนโดใหม่ ก็ควรมองหาหรือสำรวจกล้องวงจรปิดว่าอยู่ตรงไหนของชั้นหรืออาคารที่ท่านอยู่บ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดหรือไปยืนในจุดนั้นได้ถูกต้อง

5. (ลูกบิดประตู) ท่านควรตรวจสอบลูกบิดประตูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรหา แม่กุญแจสายยูมาคล้องไว้เพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

6. (ระเบียงของคอนโด) ปัจจุบันนี้คอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นภายในเมืองมักจะเป็นคอนโดแบบสูง และสำหรับระเบียงคอนโดมิเนียมที่ไม่มีแผงกั้น ลูกกรงที่แข็งแรง ท่านควรจะเพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดลูกกรงที่แข็งแรง มีช่องว่างระหว่างลูกกรงไม่กว้าง เพราะว่าบางทีท่านอาจเผลอลื่นล้มและตกลงไปได้ หรือหากคุณมีลูกเล็กๆ ยิ่งต้องเพิ่มระมัดระวังเป็นพิเศษ

7. (เบอร์โทรศัพท์คอนโดหรือเบอร์สำนักงาน) ในกรณีที่เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น หากต้องการความช่วยเหลือด่วน (คนท้อง) และอยู่ห้องคนเดียว ควรจะจำเบอร์สำนักงานด้านล่างคอนโดให้ได้ เมื่อมีเหตุอะไรจะได้ส่งคนมาช่วยทัน

8. (อุปกรณ์ไฟฟ้า) หากท่านเป็นคนนึงที่ขี้หลงขี้ลืม ควรจะโน๊ตเอาไว้ว่า เวลาที่จะออกไปทำธุระข้างนอก หรือไปทำงาน ควรปิดสวิตไฟที่ไม่จำเป็นและอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของห้องคุณและตัวอาคารอีกด้วย

9. (จุดจอดรถ) ที่จอดรถในคอนโดมิเนียมก็ไม่แตกต่างจากที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้านัก ดังนั้นจึงมีมุมมืด มุมอับ มุมลับตาคนที่เราควรต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรหันมองรอบๆ ตัวให้ละเอียดก่อนขึ้นรถ และเมื่อท่านขึ้นรถไปแล้วล็อคประตูรถทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น

10. (อาคารคอนโด) ถ้าหากเป็นคอนโดที่มีการสร้างมานาน ก็ย่อมมีการสึกกร่อนเป็นธรรมดา ซึ่งหากมีรอยแตกของปูนที่ตัวอาคารหรือในห้องพัก ควรที่จะรีบแจ้งเจ้าของคอนโดให้ทราบ เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะเกิดปัญหา

ข้อสำคัญ 10 ข้อที่กล่าวมานี้เป็นแค่ข้อควรรู้พื้นฐานเท่านั้นนะครับ ยังมีข้อควรรู้อีกเยอะแยะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน

**แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทจะเป็นการดีที่สุด

ภาพจาก: istockphoto.com , pinterest.com

ตกแต่งคอนโดขนาด 12 ตรม. สวยมาก

สำหรับในคอนโด คอนโดมิเนียม ส่วนมากมักจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่เยอะ ซึ่งเราจำเป็นต้องรวมเอาปัจจัยการใช้ชีวิตไว้ทั้งหมดในห้องเดียว และมันก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักอีก วันนี้เราจะลองมาชมตัวอย่างการจัดห้องในคอนโดให้ออกมาสวย พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบาย

ซึ่งด้วยขนาดพื้นที่ภายในเพียง 12 ตารางเมตร ดังนั้นจึงทำการทาพื้นหลังของผนังทาด้วยสีขาวเรียบ และออกแบบเป็นสไตล์โมเดิร์น ที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งการตกแต่งแบบเรียบง่าย ไม่เน้นลวดลายมากนัก ทั้งยังช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดโปร่งได้ดีทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งด้วยขนาดพื้นที่ ที่มีจำกัด จึงต้องเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัย พร้อมดัดแปลงได้ตามสถานการณ์ อย่างเช่น เตียงแบบลิ้นชัก ที่ทำเป็นทั้งที่นอนและโซฟานั่งเล่นไปในตัว บริเวณด้านหลังจะมีบันไดเล็กๆ ที่เป็นทางเชื่อมไปยังส่วนห้องครัว และยังเป็นลิ้นชักเก็บของได้อีกด้วย

หากท่านใดสนใจจะนำไอเดียนี้ไปแต่งห้องที่คอนโด หรือหอพักก็ได้นะครับ อาจจะทำให้ท้องที่รกๆและไม่มีพื้นที่ของท่าน ดูน่าอยู่ขึ้นมาเลยล่ะ

ที่มา: http://www.naibann.com/white-apartment-12-meter-square/

โครงการขายบ้าน – คอนโด พลัมคอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น

 

บ้าน(ทรงกระท่อม) ท่ามกลางธรรมชาติ

บ้าน(ทรงกระท่อม) ท่ามกลางธรรมชาติ

 

ภายหลังที่เรารีวิว คอนโด คอนโดมิเนียม มาสักพักแล้ว เราลองมาดู บ้านทรงกระท่อมไม้ หลังเล็กกันหน่อยดีกว่า เพื่อหลายคนก็มักถูกใจมาก อีกแบบหนึ่งครับ ตัวอย่างเช่น บ้านสวนหลังนี้ ซึ่งดูน่ารักลงตัว พร้อมทั้งก็น่าอยู่ดีนะครับ

พูดมาขนาดนี้ เรามาตั้งต้นต้นกันที่รอบบ้านเลยนะ ได้ถูกออกแบบมาให้เป็น ทรงกระท่อมไม้ ทั้งยังมีหลังคาทรงหน้าจั่วมุงด้วยกระเบื้อง ส่วนของทางเข้าด้านหน้าตกแต่งเป็นซุ้มประตู กับมีหน้าจั่วอันเล็กที่ดูมั่นคง

ส่วนภายนอกนั้นใช้สีดำเข้ม แต่ว่าก็ไม่ได้ทำให้อึดอัด พร้อมทั้ง สีเข้มจนเกินไป เพราะด้วยการที่ ติดหน้าต่างกระจกใส พร้อมชุดโต๊ะนั่งเล่นแนววินเทจด้านหน้ามาตั้งเพื่อตัดสีกัน

 

 

 

ทันทีที่เดินชมกันมาสักพักแล้ว งั้นเราลองมาชมด้านในกันบ้าง ด้านในมีการตกแต่งโดยใช้โทนสีขาวเรียบ ซึ่งให้ความรู้สึกคนละขั้วกับบรรยากาศภายนอกเลย ส่วนผนัง กับ เพดานสีขาวตัดกับพื้นไม้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน เพื่อมาเติมเต็มความสวยงามน่าอยู่ด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย สไตล์วินเทจร่วมยุคอีกด้วย

 

 

 

ด้วยกันนอกจากที่บรรยากาศด้านในที่ดูเรียบง่ายน่าอยู่แล้ว เพราะว่าด้านนอกก็ใช้พื้นที่อย่างดี ทั้งยังตกแต่งเป็นสนามหญ้ารอบบ้าน กับถัดออกไปก็ทำแปลงดอกไม้ ปลูกไม้พุ่มพร้อมกับไม้ยืนต้น ผสมผสานให้บ้านดูร่มรื่นมีสีเขียวเพลินตา ใครชอบบรรยากาศธรรมชาติน่าจักถูกใจเลยล่ะ

ที่มา: svenskfast

(แบบบ้าน)ไม้กระท่อมหลังใหญ่

 

ช่วงนี้ขอนำผลงาน การออกแบบบ้านไม้สวยสไตล์คลาสสิค มาฝากกันอีกหลังครับ และด้วยผลงานการออกแบบบ้านไม้ในแบบคลาสสิค ซึ่งได้สร้างขึ้นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ทั้งยังแสดงถึงความสบายในการพักผ่อน เพราะว่านี่เป็นผลงานการออกแบบเพราะว่าเหล่างาน TimberPeg

 

 

 

 

 

เพราะด้วยบ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร พร้อมกับเป็นบ้านสองชั้นมีพื้นที่ใช้งานคร่าวๆ 150 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

พร้อมทั้งมีการออกแบบรูปทรงกระท่อมหลังคาหน้าจั่ว ซึ่งน่าจักได้แรงบันดาลใจมากจากรูปทรงของโรงนา ยุ้งฉาง เหรอโบสถ์ ให้เป็นเหมือนที่อยู่อาศัยที่ดูโอ่อ่า

 

 

 

 

 

ด้วยกันด้านในของบ้าน ก็ค่อนข้างที่จักโล่งโปร่งสบาย โดยการตกแต่งด้วยไม้ทั้งหลังนี้ มีสีน้ำตาลซึ่งเป็นธรรมชาติ จุดเด่นหลักๆ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นหน้าเตาผิง เพื่อเป็นศูนย์รวมของครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่ว่าในประเทศไทย เราคงไม่มีความจำเป็นก็เพราะว่าเป็นเมืองร้อน อาจจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทนได้

พร้อมกับการแบ่งพื้นที่ชั้นล่าง ก็จะมีการแบ่งเป็นฝั่งพื้นที่ส่วนรวม พร้อมทั้ง ห้องนอน เพราะในขณะที่ชั้นบนก็ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องน้ำ พร้อมกับ ห้องทำงาน เรียกว่ามีครบทุกความต้องการของคนทุกวัย ในค่างบคร่าวๆที่น่าจะอยู่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ถ้าเละบือกใช้วัสดุที่ไม่แพงกับคุ้มค่าแรงดีนะครับ

เรียบเรียงข้อมูลเพราะว่า Naibann

มองหาโครงการขายบ้าน ขายบ้านใหม่ ได้เลยที่ http://www.pruksa.com/

“แบบบ้าน” ญี่ปุ่นทรงดั้งเดิม ตกแต่งภายในด้วยไม้อัดโค้ง

“แบบบ้าน” ญี่ปุ่นทรงดั้งเดิม ตกแต่งภายในด้วยไม้อัดโค้ง

หลายๆ คนคงมีความฝันอยากที่จะมีบ้านหรือซื้อขายบ้านเป็นของตนเอง แต่ว่าก็ยังหาแบบบ้านที่ถูกใจไม่ได้ซักที วันนี้ Blog ตกแต่งสวนและคอนโด จึงจะขอมานำเสนอ แบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ที่ซึ่งได้ตกแต่งภายในด้วยไม้อัด ดัดโค้งจนเกิดมิติที่สวยงาม แถมยังมีพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบาย พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หลายคนคงสงสัยว่ามันจะทำออกมาเป็นแบบไหนนะ และจะออกมาสวยเพียงใด งั้นเราไปชมรูปบ้านพร้อมแบบบ้านกันเลยดีกว่า!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยที่ไอเดียการออกแบบบ้าน สไตล์ญี่ปุ่น ที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคือ Tato

โดยนาย Yo Shimada ได้ถูกถามในเรื่องของการปรับปรุงที่อยู่อาศัยชั้นเดียว สำหรับคู่หนุ่มสาวที่จะอยู่อาศัย โดยที่นี่ได้เคยถูก แบ่งออกเป็น หกห้องหลัก แต่ว่า…สถาปนิก ชาวญี่ปุ่น นั้นรู้สึกว่าบ้านแบบ เปิดโล่ง จะเหมาะสมกว่าบ้านปิดทึบ

ซึ่งสถาปนิกก็คิดว่า การออกแบบบ้านให้มีหลายห้อง ก็ดูจะไม่เหมาะสำหรับคู่รักหนุ่มสาว 2 คน ที่เพิ่งจะมาอยู่ด้วยกัน

และการตกแต่งภายในทั้งหมดนั้น ได้ถูกแต่งปละเปลือยให้เห็น โครงสร้างที่ทำด้วยไม้ โดยจะมีห้องเล็กๆ ที่ได้สร้างขึ้นซ่อนไว้หลังผนังไม้

ซึ่ง Tato สถาปนิกที่ออกแบบบ้าน ได้คิดและออกแบบห้องน้ำ แต่..เขาก็คิดว่ามันจะเป็นการง่ายและสะดวกกว่าในการออกแบบห้องน้ำจากโครงสร้างเก่า ดีกว่าจะออกแบบใหม่

บ้านหลังนี้ภายในมันอาจจะดูแน่นและอึดอัด ซึ่งสถาปนิกที่ออกแบบก็ได้กล่าวว่า ถึงแม้มันจะดูอึดอัดและทึบ แต่ว่ามันก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการออกแบบของเขา

สำหรับบ้านหลังนี้มีชื่อว่า Kamisawa มีขนาดพื้นที่ 87 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ของจังหวัดเฮียวโก ด้านหน้าของอาคารถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง และหากคำนวนราคาในการก่อสร้างคร่าวๆ แล้ว คงจะอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาทเป็นอย่างน้อย

แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ซึ่งแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะใช้ ไม้อัดหนา 20 มิลลิเมตรเราก็เห็นแล้วว่ามันบอบบางและแพงเกินไป ดังนั้นจึง้องนำกรอบแท่งเหล็ก มาคั่นกลางระหว่าง ชั้นของไม้อัดแทน

บ้านที่ดูสบายและเรียบง่ายนี้ เป็นเสมือนการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมไปด้วยอีกทาง

โดยพื้นที่ ที่เหลือด้านหน้านั้น ก็ได้สร้างเป็นครัวเพื่อทำอาหาร และยังสามารถเปิดเป็นการนั่งปิคนิคชมดาวตอนกลางคืนได้อีกด้วย

ส่วนพื้นปูนหน้าบ้าน ก็ได้รับการทำใหม่ และเรียงรายไปด้วย พลาสติกโพลีคาร์บอเนต เพื่อช่วยลดความร้อนจากพื้นผิวด้วย

บ้านนี้เป็นของ Shimada

ขอบคุณการถ่ายภาพ โดย Shinkenchiku_sha

Design: Tato Architects – Yo Shimad
a

Team: Yo Shimada, Keita Kurokoshi

Construction: Kyowa Techno

ไปดูแบบบ้านกันเลยดีกว่า

 

 

 

ไอเดียสร้างขวด รดน้ำต้นไม้ ในคอนโด/บ้าน

“ขวดแก้วรดน้ำต้นไม้” ในบ้าน/คอนโด เมื่อคุณไม่อยู่บ้าน

 

เพื่อนๆ หลายคนที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวพักร้อนไกลๆ และติดกันหลายๆ วัน ซึ่งสำหรับบางครอบครัวที่เป็นบ้านเดี่ยว หรือพักอาศัยอยู่ในคอนโด และไม่มีเพื่อนบ้านคอยช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ในระหว่างที่เราไม่อยู่บ้าน ก็อาจจะประสบกับปัญหาต้นไม้เหี่ยวเฉาได้นะครับ

งั้นเราลองไปดูการดูแล ต้นไม้ และ ดอกไม้ สวยๆ ในสวนของคุณยามที่ไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ “ขวดแก้วรดน้ำต้นไม้” ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย งั้นลองไปชมกันดีกว่านะครับ

 

  1. สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้มีเพียงขวดแก้วหรือขวดน้ำอัดลม ขวดเบียร์เปล่า หรือขวดใดๆ ที่มีปากขวดลักษณะแคบยาว
  2. จากนั้นก็ใส่น้ำลงไปในขวดให้เต็ม
  3. นำขวดปักคว่ำลงไปโดยกระแทกแรงๆ ลงบนดินในกระถางดอกไม้ ลองพยายามปักลงไปแรงๆ ตั้งขวดให้เฉียงๆ เล็กน้อย และทำให้แน่ใจว่าปากขวดจุกตันไปด้วยดินร่วนๆและไม่ให้น้ำไหลรั่วซึมลงไปในดินจนหมด
  4. คอยสังเกตดูว่าฟองอากาศเคลื่อนไหว หรือ น้ำในขวดลดลงอย่างรวดเร็วไปไหม ให้ท่านดึงออกมาและทำใหม่จนกว่าน้ำในขวดจะอยู่นิ่ง
  5. สำหรับดินที่ใช้ควรจะเป็นดินร่วนชื้น สักหน่อย เพราะถ้าหากใช้ดินแข็งเกินไป เวลากระแทกขวดลงอาจจะเกิดอันตรายได้ อาจจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ให้ท่วมก่อนก็ดีครับ

 

และด้วยวิธีง่ายๆ นี้ เท่านี้คุณและครอบครัวก็สามารถไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ โดยที่ต้นไม้หรือสวนสวย ๆ ของคุณก็จะมีความชุ่มชื่นและสดใส พร้อมทั้งยังคอยเบ่งบานต้อนรับยามเมื่อคุณ และ ครอบครัวกลับมาถึงบ้านหรือคอนโดอีกด้วยครับ

แต่ถ้าหากเป็นสวนขนาดใหญ่ลองเป็นวิธีนี้ก็ได้นะครับ

สำหรับวิธีนี้คือวิธีรดน้ำให้ต้นไม้โดยใช้หม้อ,ไหดินเผา หรือที่เรียกว่า Clay Pot System จะเป็นการฝังหม้อดินที่ไม่ได้เคลือบ และ เต็มไปด้วยน้ำลงไปในดินเลย นี่เป็นเป็นวิธีการที่เก่าแก่ที่สุดของโลกอีกวิธีหนึ่ง

โดยที่วิธีการทำแบบนี้เป็นวิธีการให้น้ำต้นไม้แบบโบราณของจีน ซึ่งต่อมาได้รับการเผยแพร่และนำไปใช้ตามดินแดนแห้งแล้งทั่วทุกมุมโลก

และนี่ยังมีข้อดีหลายๆ อย่างเลยล่ะ แต่ที่สำคัญเป็นการให้น้ำถึงรากต้นไม้โดยตรงเลยล่ะ

สำหรับน้ำที่เราใส่ลงไปข้างในนั้น จะหายหรือระเหยไปน้อยมาก เรียกว่าเป็นการให้น้ำต้นไม้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ หรือ ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เลย

ซึ่งถ้าหากจะให้ลองอธิบายแบบง่าย ก็คือ เป็นการซึมของน้ำ และถูกควบคุมโดยความต้องการน้ำของต้นไม้ โดยเมื่อดินเริ่มแห้งน้ำก็จะซึมออกจากตัวหม้อดินเผา และเมื่อต้นไม้ได้น้ำเต็มที่น้ำก็จะหยุดซึม จะเป็นแบบนี้จนกระทั่ง ต้นไม้ต้องการน้ำอีกครั้ง และเรายังสามาถจะให้ปุ๋ยน้ำแก่ต้นไม้ได้ได้ด้วยนะคะ

งั้นเราลองมาดูวิธีการทำ หม้อให้น้ำต้นไม้ดินเผา แบบง่ายๆ นี้เลย

1. นำกระถางดินเผา ที่มีขนาด 15 นิ้ว มา 2 ใบ จะเท่ากับ 1 หม้อ

2.ต่อจากนั้นก็อุดรูระบายน้ำของกระถางดินเผาใบล่าง ส่วนอีกใบไม่ต้องอุดปิด เพราะว่าจะใช้เป็นช่องเติมน้ำเข้าไป

3.ต่อจากนั้นแล้วใช้กาวซิลิคอน Silicone หรือ กาวทนน้ำ มาแปะทั้ง 2 กระถางให้ติดกัน ทิ้งให้กาวแห้ง

ซึ่งแบบนี้จะใช้เป็นแบบกระถางกับถาดรอง

4.เมื่อกาวแห้งเรียบร้อย ก็ขุดหลุมฝังหม้อดินเผาทำมือไว้ในสวน และ ตามโคนต้นไม้

5.หลังจากฝั่งเสร็จต่อจากนั้นก็เติมน้ำให้เต็มกระถาง

 

และถ้าหากจะทำให้มันเป็นแบบไฮเทคหน่อย ก็ทำตามแบบในรูปเลยค่ะ

ฉันหวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนที่สนใจบ้างนะคะ

ข้อมูลจาก Bansuanporpeang

ทำกระถางระบบป้อนน้ำให้ตัวเอง ง่ายๆ

วิธีที่ทำนี้ จะนำอุปกรณ์ที่ทำให้ปลูกต้นไม้ งอกงาม โดยไม่ต้องคอยรดน้ำ ให้มันบ่อยๆ เพราะวิธีการที่ว่าในต่างประเทศมีการทำกระถางที่มีระบบเก็บน้ำไว้ภายใน ซึ่งทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แต่ว่าราคาก็แพงมาก ใบหนึ่งเป็นพัน

ซึ่งวันนี้เราจะมาดูวิธีการทำกระถางประหยัดน้ำแบบบ้านๆ โดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ ทำได้เองจากขวดเก่าๆ  และยังประหยัดงบอีกด้วย โดยที่เราสามารถสร้างสวนผักเล็กๆ ไว้ริมหน้าต่างได้ หรือในครัวปลูกใบโหระพา กระเพรา ได้สีเขียวมาประดับบ้านแล้วยังได้ผักใบเขียวไว้กินอีกด้วย งั้นก็ลองมาดูกันเลยค่ะ

1. สำหรับสิ่งที่เราต้องเตรียม :

  • ขวด
  • แก้วน้ำ
  • แผ่นตาข่ายเพื่อกั้นดิน
  • เชือก
  • ต้นไม้ที่ต้องการปลูก

ซึ่งวัสดุ ขวด และ แก้วน้ำ เราสามารถจะเปลี่ยนเป็นวัสดุที่เป็นขวดแก้วเป็นพลาสติกก็ได้ เพราะมันจะตัดได้ง่ายค่ะ สามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุตามที่ต้องการ ลองดูวิธีการเพื่อเป็นแนวทางได้เลยค่ะ

 

2. ให้เรานำนำแผ่นตาข่ายขนาด 2 x 2 นิ้ว ไปเจาะรูตรงกลางเพื่อให้เอาเชือกเส้นใหญ่พอประมาณเข้าไปได้ และผูกปมไม่ให้หลุด เชือกนี้จะเป็นส่วนที่นำน้ำขึ้นไปให้กับดิน และหล่อเลี้ยงพืชผักที่เราปลูกไว้ ในปริมาณน้ำที่พอเหมาะ ดังนั้นเราไม่ต้องห่วงว่าน้ำจะมากไปหรือน้อยไป

 

 

 

 

 

ที่มาของข้อมูล : Designsponge

หรือคุณจะลองวิธีนี้ก็ได้ไม่เลวเลยนะ

ไอเดียทำขวดน้ำรดต้นไม้ เมื่อต้องหยุดยาว

วันนี้ blog ตกแต่งสวนและคอนโด จะขออนุญาตนำไอเดียของคุณป้าวลีแห่งห้องชายคา เว็บไซต์พันทิป  เพื่อมาแชร์ไอเดียการ D.I.Y ขวดน้ำรดน้ำต้นไม้

ซึ่งหากคุณไม่อยู่บ้านเป็นเวลาหลายๆ วัน ก็ต้องร้องว้าวว เพราะว่าคุณป้าใช้ของเหลือใช้ใกล้ตัวมาประยุกต์ทำเป็นขวดน้ำสำหรับให้น้ำต้นไม้ได้อย่างง่ายๆ พร้อมแล้วลองไปชมกันเลยดีกว่า

 

สำหรับการฝากต้นไม้ไว้กับขวดน้ำนี้ มันเหมาะกับคนที่ปลูกต้นไม้ในกระถางไม่ใหญ่ และ ปลูกในปริมาณไม่มากนะคะ อาจจะพอแก้ปัญหาตอนไม่อยู่บ้านหลายวัน และในช่วงที่ไม่มีคนช่วยรดน้ำต้นไม้

1.เราก็เจาะส่วนบนของขวดใช้คัตเตอร์หรือมีดปลายแหลมคมๆ โดยเจาะนำร่องพอให้สอดปลายกรรไกรได้

2. หลังจากนั้นใช้กรรไกรตัดจะง่ายและอันตรายน้อยกว่าคัตเตอร์ ซึ่งขนาดที่เจาะก็ดูขนาดกระถางที่จะวาง

3.กะขนาดที่เจาะ ก็ต้องดูขนาดกระถางที่เราจะวางลงไปด้วย

4.จากนั้นเราก็เจาะให้เล็กกว่าปากกระถางเล็กน้อย เวลาที่วางลงไปจะได้ค้างอยู่ปากขวดที่เจาะไว้

5.ดูว่าก้นกระถางลงไปถึงระดับไหนแล้ว มาร์คไว้ เพราะว่าจะเป็นระดับที่เราจะเติมน้ำให้สูงสุดแค่ระดับนั้น

** สำหรับการใส่น้ำนั้นต้องดูด้วยว่าต้นไหนไม่ชอบชุ่ม และต้องระวังอย่าเติมน้ำให้สูงกว่ากันกระถางเกิน 1 เซนติเมตร

แต่ว่าถ้าเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำ เช่น 1.บัวดิน 2.บอนสี 3.บอนต่างๆ 4.พลู อาจเติมน้ำสูงกว่าก้นกระถางสัก 2 เซนติเมตร ได้ค่ะ แล้วระดับน้ำจะลดลงไปเมื่อพืชนำไปใช้ รากไม่ทันแช่นานจนเน่า

 

 

 

 

 

 

 

โดยที่วิธีนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ สำหรับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะค๊ะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก คุณป้าวลี

ดูข้อมูลโครงการขายบ้านกดเลย “ขายบ้าน

เงินเก็บออม 1 ปี ตกแต่งบ้าน ออกมาได้น่าอยู่แท้จริงๆ

เงินเก็บออม 1 ปี ตกแต่งบ้าน ออกมาได้น่าอยู่แท้จริงๆ

 

ต้องขอสวัสดี เพื่อนๆ ทุกคน ภายหลังที่เรา นั้นได้คลุกตัวอยู่ในห้องพันทิปตกแต่งบ้าน,คอนโด มาก็นานแล้ว เพราะว่าว่าตัวเองก็ชอบอ่านเรื่องราวไอเดียการตกแต่งบ้านของคนนั้นคนนี้ที่มารีวิว ต้องขอสนทนาตรงๆว่าได้ประโยชน์ม๊ากมากค่ะ

โดยที่ เพราะว่าส่วนตัวแล้วการตกแต่งบ้าน นั้นเป็นความฝันอย่างหนึ่งที่ใคร่ได้จะทำภายหลังได้ซื้อบ้านหลังแรก เลยคุยกะแฟนว่าเรามาเก็บตังค์เพื่อตกแต่งบ้านกันเถอะ คุณแฟนก็เห็นด้วยเรานี่ ดีใจสุดๆ ไปเลย

พร้อมกับภายหลังที่ได้เก็บเงินได้มา 1 ปี ก็ได้ตกแต่งบ้านสมใจใคร่ได้ซะที วันนี้ก็เลยมารีวิวบ้างเผื่อจะเป็นประโยชน์เหตุด้วยคนที่กำลังซื้อ ใช่ไหม ซื้อแล้ว ของบ้านจัดสรรไซด์เล็กนี้ ก็เลยได้ลองสมัครเป็นสมาชิกแบบเต็มตัวกับเขาซะที เผื่อที่จักได้แบ่งปันไอเดียให้กับเพื่อนสมาชิกบ้าง

 

 

ด้วยว่าภาพนี้เป็นภาพตั้งแต่แรกๆ ที่ได้ซื้อไว้เลย เป็นโครงการขายบ้านจัดสรร ในเครือบริษัทหนึ่ง ขนาดพื้นที่เพราะว่ารอบ 65 ตารางวา ซึ่งกำลังพอเหมาะเหตุด้วยเราทั้งคู่ ไม่ใหญ่ไปหรือว่าไม่เล็กไป พอดีด้วยว่าเรา แอบคิดในใจ ได้ตัดหญ้ากันมันส์แน่

ถ้างั้นเราก็มาเปิดที่บังตาต้นกันเลย ดงนั้นก็ค่อยออมเก็บ เงินซื้อของเข้าบ้าน มาก่อนช่วงแรกๆ เช่น พวก เฟอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน อะไรทำนองนี้ไปก่อน มีเวลาว่างๆ ก็ได้ไปหาไอเดียการแต่งบ้านไปเรื่อยๆ จนเกือบปี ก็ได้หาบริษัทตกแต่งภายในมาช่วยทำ ซึ่งพอโทรไปปรึกษากับบริษัทต่างๆ พอเขาถามถึงงบประมาณ ว่าเรามีงบเท่าไร เขาก็แทบจักไม่อยากคุยด้วย ซึ่งนั่นอาจจักงบน้อยไปเพราะเขา

เพราะเขาคิดว่าค่าแบบส่วนหนึ่ง อีกส่วนนึงก็เป็นค่าตกแต่ง พอฟังแล้วเราก็ จ๋อยกันเลยทีเดียว พอดีมาเจอพี่ที่ทำงานเขารับตกแต่งภายในแล้วโพสในเฟสบุ๊ค จึงได้ขอเบอร์ช่างมาลองคุยดูค่ะ พร้อมทั้งพอโทรไปหาช่างคนนั้น เราก็รีบบ่งไปเลยว่า งบคาดคะเนที่มีอยู่มีแค่แสนต้นๆ พี่จักรับทำไหมค่ะ หนูอยากได้ได้แบบเกือบ แนวลอฟท์นิดๆ แต่ไม่ถึงกับดิบไป มีบาร์ มีตู้เก็บของ ชั้นวางพระ แต่ว่าใช้วัสดุที่ไม่แพง เน้นความคุ้ม สรุปแล้วพี่เขาก็รับทำคะ

ถ้าอย่างนั้น เราก็มาบุกเบิกจาก ชั้นล่าง ตรงผนังทีวี นี่เป็นไฮไลท์ของบ้านเรากันเลยค่ะ

 

เพราะที่ตรงนี้ เราก็ให้ทางหมู่ช่างทำแบบมาให้ดูก่อน  ตามที่เราประสงค์ได้แบบนั้นแบบนี้เขาก็ลองออกแบบจากสิ่งที่เรารับสั่งไป พอทำแบบเสร็จเขาก็ทำมูลค่ามาให้ดู ก็แพงไปน่ะเพราะด้วยอิฐแปะผนัง
คือใจนักเราปรารถนาได้ผนังที่เป็นผนังอิฐแบบของแน่ๆนั้นแหละค่ะ แต่พอดูมูลค่า โอ้ว แม่เจ้า แพงไปอ่ะ ครั้นจักใช้วอลเปเปอร์ ก็เกรงว่า ผนังตรงส่วนนี้ติดกับห้องน้ำ อาจจักทำให้เกิดความชื้นไม่ก็ราได้ แถมวอลเปเปอร์ยังดูเทกเจอร์เรียบเกินไปเพราะว่าเรา

 

ดังนั้นคุณแฟนเลยปรึกษากับพี่ช่างเขา เขาก็เลยว่า เอางี้ซิ ตัดไม้เป็นแผ่นๆไหม ความหนาก็คละๆกันไป 9 มิลลิเมตร – 25 มิลลิเมตร มูลค่าก็ถูกกว่าอิฐแท้จริง แถมยังได้ระดับความหนาหลากหลาย เราเลยโอเค งั้นลองดู น่าจะเวริคน่า ในใจลุ้นๆว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

ระดับนี้แล้วใช้เลเซอร์วัดระดับ ดูทันสมัยมาก เพื่อจักได้ก่อผนังแผ่นไม้ได้ตรงแนว

จากนั้นก็ทำการติดตั้งช่องแสงไฟด้านบนสุด

กับก็ได้ติดตั้ง ไซด์บอร์ดทีวีเน้นออกแนวสีดำเงานิดๆ จักได้กลมกลืนไปกับทีวีด้วย

เรายังได้เรียงแผ่นไม้ทีละแผ่น ค่อยๆ ทำไปด้วย งานมันละเอียด ถ้าเบี้ยวแผ่นแรกก็จักเบี้ยวไปเรื่อยๆ น้องคนที่ทำนี้มึนไปเลย ใช้เวลาทำผนังนี้ 2 วัน เลยเชียว ดูน้องเขาตั้งใจมาก เลยตบรางวัลให้ด้วย M150 ให้น้องเขาหน่อย

มุมนี้ก็ได้โป๊วด้วย วอล Putting สีขาวให้มี เทกเจอร์ แนะนำปาดๆไปให้ทั่วให้มีผิวขรุขระคล้ายอิฐดิบๆหน่อย จักได้ดูเท่ห์ขึ้น ได้ความรู้จากคนที่มารีวิวในพันทิบนี้แหละ ขอบคุณ ณ ตรงนี้ด้วยค่ะ

เสร็จแล้ว เราก็ทำการทาสี ซึ่งเราใคร่ได้ลองดู เลยขอลองหน่อย ซัก 3 – 4 แผ่น ทาๆ ไปสนุกดี ใช้สีน้ำธรรมดานี้แหละ แกลลอน 1 มูลค่าคะเน 700 กว่าบาท ทาซัก 2 – 3 รอบ  ในภาพขึ้นต้นเป็นรูปร่างแล้ว ดูมั่วๆ แต่ก็แนวดี 555

พร้อมทั้งในเรื่องของภาพรวม ก็จักได้ผลออกมาแบบนี้ค่ะ ซึ่งของตกแต่งส่วนมากจะเป็นแฟนเราเอามาวาง มุ่งหมายจะสนทนาว่า มันใช่เลยหละ งานออกมาดูดี ดูโอเคมากเลยเนื่องด้วยเราพร้อมด้วยแฟน ดูแนวมาก ใช้วัสดุไม่แพง ทดแทนกันได้

ในโซนด้านหลังซ่อนไฟ LED เปลี่ยนสีไปด้วย เป็นระบบ ได้หลายสีเลยค่ะ มีรีโมทควบดูแล ดูมีลูกเล่นขึ้นมาเลย มีชีวิตชีวาขึ้น จากผนังเปล่าๆ เคยเห็นคนในพันทิปเรื่องไฟเปลี่ยนสีได้ เลยกระหายได้กับเขามั่ง

ซึ่งอีกด้านของฝั่งผนังบ้าน ในชั้นล่าง ก็อย่า ให้เป็นอิสระทิ้งไว้เลย จักทำไว้เผื่อให้มีประโยชน์บ้าง มาถึงงานกรุผนัง ตรงส่วนนี้เราประสงค์ทำเป็นบาร์เล็กๆ ไว้เขียนใช่ไหมตั้งคอมเล่นเนต กินกาแฟ กับมีกรอบรูปไม้ค็อกบอร์ด ไว้ติดโปสการ์ด เวลาไปเที่ยวที่ไหนๆก็ซื้อมาติด ถือว่าเป็นบอร์ดความทรงจำ

เพราะว่าที่งานกรุผนัง เรา ก็ใช้ทาน้ำยากันปลวกไว้พร้อมเสมอ พี่เขาบอกเล่าเคล็ดลับว่าให้สังเกตไม้โครงจะสีดำๆ คล้ำๆ จากเดิมที่เป็นสีไม้ธรรมดา ช่างบางคนเขาก็ไม่ทาน้ำยากันปลวกให้ เรียกว่าลักไก่เอา
พี่เขาหมาย เคล็ดลับการทำงานบิลว์อิน หลายๆ อย่างเลย ซึ่งเราได้ความรู้จากพี่เขาบานเบอะทีเดียว เขาบอกเล่าว่าช่างดีๆไม่หมกเม็ดก็มีก่ายกอง ช่างแย่ๆก็มีมากหลาย จนกระทั่งเราได้ฟังแล้วก็รู้สึกสบายใจว่าพี่เขาเป็นคนตรงๆ ง่ายๆ ดี ให้ความรู้เราไปด้วยเลย

ส่วนเรื่องของคนงานก็ดูตั้งใจมาก ใช้ทั้งเท้าทั้งตัวทั้งหัว เพื่อดันแผ่นโฟเมก้าให้พอดีกับรอยต่อแต่ละแผ่นสุดยอดๆๆ

 

ผลท้ายที่สุดก็ออกมาหน้าตาเกือบๆนี้ OK

– ในส่วนต่อมา ก็จะเป็นตรงโถงทางขึ้นบันได สิ่งที่คิดไว้ในฝันก็คือ เราตะกลามได้ผนังปูนขัดมัน กับเคยดูในรีวิวอื่นๆ ใช้สีของนีปปอนเพนท์แล้วชอบมากๆ เลย ดังนั้นก็เลยวิ่งไปซื้อที่โฮมโปร

แต่ว่า วันนั้นคนขายไม่อยู่ที่จุดขาย ฉันก็เลยไม่ได้ซื้อ พอดีประจวบเหมาะมีงานโฮมโปร EXPO ไปเดินซื้อของ ในขณะที่กำลังจะกลับบ้าน ใกล้ถึงทางออกประตูแล้ว ก็เดินทะลวงบูธของจระเข้ซีเมนท์ คัลเลอร์ เขาทาสีตัวอย่างไว้ แล้วก็คิดในใจว่า เฮ้ย!!! ใช่เลย เลยแวะเขาไปดู เขาแนะนำวิธีใช้ง่ายมาก ผู้หญิงอย่างเราก็ทำได้

ในขณะที่ขั้นตอนแรก ก็เอาฟองน้ำลูบให้ผนังมันเปียกๆ ค่ะ

ถัดมาจากนั้น ฉันก็ได้เปิดฝาออกมาจะมีคู่มือปริปากอัตราส่วนผสมว่า จักต้องใส่น้ำกี่ลิตร ใช้สีปูนเปฟุ้งเฟื่องยผสมกี่กระป๋อง

ด้วยว่าในขั้นเดี๋ยวนี้เราควรสวมถุงมือยางหน่อยก็ดีค่ะ มันจะแสบๆ กัดมือนิดหน่อย

ภายหลังที่ทาพร้อมทั้งถู วนไป ครั้งแรกออกมั่วๆ เลย

 

แต่แล้วมันก็เริ่มทำเป็นรูปเป็นร่าง ขึ้นมาแล้ว เย้

 

ต่อจากนั้นก็ซื้อกรอบรูปจากอีเกีย มาแขวน พร้อมทั้งกรอบกระจกติดผนัง เป็นมุมที่เราชอบมากที่สุดเลยในบ้านเลยค่ะ เหมือนออกแนวแกลอรี่ดี ( อันนี้คิดไปเอง ) อิอิ

มาดูรูปต่อกันเลยนะค่ะ

 

เพราะฝั่งตรงข้ามผนังใช่ไหมม่านผนังทีวีนั้นจักเป็นห้องน้ำ ประตูห้องน้ำมันดูเฉยๆ ไม่น่าสนใจเลย เลยนึกคิดว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง พอดีมีวันหนึ่ง แฟนใส่เสื้อลายธงชาติอังกฤษ ก็เลย อ้อ คิดออกแล้ว ! ทาสีเป็นธงอังกฤษดีกว่า ไปปรินท์แบบมาให้แฟนลงสีประตูห้องน้ำ 2 วัน ถึงจักแล้วเสร็จ ( ภูมิใจ ) ที่คิด พร้อมกับได้ใช้แรงงานคนในบ้าน

 

ส่วนที่เป็นเคาร์เตอร์บาร์ตัวนี้ก็ทำเพิ่มอีก 1 มุม เอาไว้เพราะว่านั่งกินกาแฟ นังเล่น อีกจุดหนึ่งของบ้านหน้าทางเข้าห้องครัว

นี่เป็นงานครัว ในแบบฝรั่ง

หลังจากที่เราได้ไปเดินดูงาน Home Pro , EXPO มาแล้ว เราก็มุ่งหมายได้ครัวที่มันมีพื้นที่เล็กๆ เผื่ออุ่น พร้อมทั้ง ผัด ทอด ง่ายๆ เพราะว่าว่าเราไม่ได้ต่อเติมครัว ดังนั้นก็เลยคิดว่า จะซื้อ ชุดนี้แหละ ช่วงลดมูลค่าพอดี คะเน 20000 กว่าบาท ก็เลยจัดการสั่ง ของมาอีก 2 อาทิตย์

แต่พอของเดินทางมาถึง ก็เจอปัญหาที่ติดตั้งไม่ได้ค่ะๆ งานเข้า เพราะว่าตำแหน่งระยะปลั๊ก ซิงล์น้ำ หน้าบานตู้ผนังไม่เรียบ พนักงานเลยให้ข้อมูลมาว่าตำแหน่งพร้อมกับผนังควรจักเป็นแบบนี้นะ

 

ซึ่งผลที่สรุปได้ก็คือ เราต้องหาให้พี่ช่างมาจัดการให้ ยักตำแหน่งท่อน้ำดีกับน้ำทิ้ง ด้วยกันเอาวีว่าบอร์ดมาเบิ้ลกับผนังให้เรียบเผื่อที่จะติดตู้แขวนได้กับจัดการทำปลั๊กไฟเพิ่มเผื่อที่จักเสียบไมโครเวฟ

กับสุดท้ายก็ได้แบบนี้ ก็โอเคน่ะค่ะ ช่างทาง Home pro ติดตั้งได้ดี ไม่นานก็เสร็จ

 

 

 

 

 

ส่วนในเรื่องของความจุ ก็ศักยจุของได้กระบุงโกยเลยทีเดียว

ต่อจากนั้นหารูปไดคัทรูปมาวางเหนือตู้ เพิ่มรายละเอียดไปนิดหนึ่งค่ะ เพราะว่าไม่มุ่งหมายให้ดูโล่งๆเกินไป

เราจะขึ้นไปดูด้านบนชั้น 2 กันบ้างนะค่ะ

กับเนื่องด้วย ปัญหาที่พบ ไม่ใช่หรือเกิดขึ้น ก็คือ ตัวของช่างเขาทำตู้มาทั้งใบ แล้วพอเอาขึ้นชั้น 2 ภายในบ้าน ติดฝ้าทางขึ้นบันได เพราะว่ามันต่ำไป เลยต้องเอาตู้เข้าทางห้องนอนใหญ่ ไม่ง่ายเลยเห็นพี่เขาเกณฑ์คนมาประมาณ 8 คน เพื่อมายกตู้ชุดนี้เอาขึ้นมา

ถึงจะออกมาแบบนี้ แต่ว่า ก็ดูคุ้มค่ามากค่ะพอเสร็จแล้ว ตู้มีขนาดใหญ่ดี ใส่กระเป๋าเดินทางได้พอดีเลย เน้นเก็บของได้บานตะไทเลย ส่วนด้านบนนั้น ก็เชิญพระพุทธรูปมาวางด้านบน เนื่องด้วยบ้านจัดสรรแบบนี้ ทำแบบนี้ก็ดีน่ะค่ะ บางคนติดปัญหาว่าหาที่วางพระพุทธรูปบูชาไว้ตรงไหนดี ตรงนี้เหมาะที่สุดเลยค่ะ

 

 

ซึ่งช่วงที่ขนขึ้นมา จะดูทุลักทุเลมาก

 

 

เสร็จแล้วก็สวยงามดังใจ มีลายไม้ทำให้ดูอบอุ่นดีค่ะ

นี่เป็นภาพรวมทั้งหมดค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบการ รีวิวแล้วนะคะ ก็หวังว่าจักเป็นกระทู้ อีก 1 กระทู้ที่จะเป็นไอเดียให้ทุกคนได้แต่งบ้านพร้อมกับต่อยอดจากไอเดียเราไปคิดทำไรต่อที่บ้านของทุกคนได้น่ะค่ะ

ขอบคุณทุกคอมเมนท์น่ะค่ะ

ที่มา: Bluesky15

มาเปลี่ยน บ้านยุค 70 เป็นคอนโด แนว Muchroom ในออฟฟิศ

มาเปลี่ยน บ้านยุค 70 เป็นคอนโด แนว Muchroom ในออฟฟิศ

โดยตรงนี้เป็นส่วน ตรงกลาง ระหว่าง บ้าน สำนักงาน และก็ร้านกาแฟ ซึ่งนี่คงจะเป็นอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์หลักของ Coworking Space ไอเดียธุรกิจที่ฮิตมาตลอดในช่วงกว่า 1 ปีให้หลัง และเช่นเดียวกันสำหรับ Muchroom สำนักงานเล็กๆ กลางเมืองที่นำ บ้านเก่าในยุค 70 มารีโนเวทเป็นออฟฟิศบรรยากาศสบายๆ และได้เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการหาสถานที่ทำงานแบบไม่จำเจ

โดยภาพบ้านภายนอก ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ

โดยการซื้อขายบ้านที่บ้านหลังเดิมเป็นบ้านเดี่ยวสีขาวตั้งอยู่บนพื้นที่ร่วมของบ้านเดี่ยว 3 หลัง สำหรับบ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีพื้นที่ทั้งสิ้น 300 ตารางเมตร รอบบ้านเป็นสวนร่มรื่นพร้อมพื้นที่จอดรถ เดิมทีเคยปล่อยเช่าสำหรับพักอาศัยแต่เนื่องจากผู้เช่าเดิมไม่ค่อยดูแลรักษา สภาพบ้านก่อนมาถึงมือคุณแจง-สรินธี นวลจันทร์ฉาย หนึ่งในหุ้นส่วน Muchroom จึงค่อนข้างไม่เรียบร้อย

และหลังลาออกจากงาน ก็เกิดไอเดียอยากทำธุรกิจส่วนตัว แต่ว่าไม่มีออฟฟิศของตัวเองเวลาจะนัดลูกค้าคุยงาน จะชวนไปที่บ้านหรือร้านกาแฟก็ไม่สะดวก เลยคิดหาออฟฟิศนั่งทำงานเป็นของตัวเอง พอดีไปเจอโมเดลธุรกิจ Coworking Space จัดสรรพื้นที่ให้เช่าทำงาน เลยเริ่มหาสถานที่ทำออฟฟิศของตัวเอง และแบ่งพื้นที่เช่าให้ฟรีแลนซ์ที่ต้องการหาสถานที่ทำงานเหมือนๆ กัน

เพราะความตั้งใจหาสถานที่ทำงานที่มีบรรยากาศแตกต่างจากการนั่งทำงานบนตึกสูงอย่างที่ตนเองเคยทำและรู้สึกเบื่อหน่ายมรตลอด เจ้าของธุรกิจอย่างคุณแจงจึงเลือกที่จะใช้ “บ้านเดี่ยว” แทนการหาพื้นที่เช่าในตึก หรืออาคารสูง ซึ่งจะทำให้เธอรวมถึงคนที่เข้ามาแชร์พื้นที่รู้สึกเหมือนนั่งทำงานอยู่บ้าน

พอเห็นบ้านหลังนี้ก็รู้สึกชอบเพราะเป็นบ้านยุค 70 ที่มีการออกแบบโดดเด่นด้วยหน้าต่างและประตูทรงสูง เมื่อเข้าไปแล้วรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายตา หลังได้บ้านมาแล้วเราก็เริ่มรีโนเวท ใช้เวลาทำประมาณ 1 เดือนครึ่ง แต่ปรับเปลี่ยนอะไรไม่มากนัก เพียงทาสี เพิ่มเติมพื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องรีเซฟชั่นแทนทางเดินและประตูหน้าบ้านแบบเดิม

บ้าน 2 ชั้นถูกจัดสรรพื้นที่หลักใช้เป็นพื้นที่นั่งทำงานร่วมกัน มีมินิออฟฟิศแทรกตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้าน โดยมินิออฟฟิศเปรียบเสมือนสำนักงานส่วนตัวที่สมาชิกและผู้สนใจใช้บริการจะต้องจับจองเป็นเจ้าของล่วงหน้า ซึ่งมีขนาดห้องรองรับที่นั่งต่ำสุดอยู่ที่ 2 คนไปจนถึงจุได้จำนวน 7 คน

นอกจากนี้ยังมีห้องประชุม พื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ บริการ internet WIFI เครื่องดื่ม อาหารว่าง บริการอาหารตามสั่ง แฟ็กซ์ เครื่องถ่ายเอกสาร สแกนเนอร์ พนักงานรับส่งเอกสาร และพนักงานรับโทรศัพท์ไว้ให้บริการสำหรับผู้เข้ามาใช้พื้นที่ทำงานทุกคน

เรื่องการตกแต่งเจ้าของใส่ใจรายละเอียดและเลือกโทนสีที่ให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากการนั่งทำงานอยู่ในบ้านมากนัก มีทั้งชั้นวางหนังสือ การตกแต่งผนังบ้าน โซฟานั่งเล่น ต้นไม้เพิ่มความสดชื่นภายใน รวมไปถึงการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ที่นั่งสบายเหมาะสำหรับการนั่งทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พื้นที่นอกบ้านเน้นความร่มรื่น จะมีบางมุมจากมินิออฟฟิศที่สามารถมองออกมาเห็นวิวสวน ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากการทำงานอยู่บนอาคารสูง

อย่างที่บอกว่าเราเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างบ้าน สำนักงานและร้านกาแฟ ถ้าอยู่บ้านเราอาจต้องใช้พลังมหาศาลในการผลักดันให้ตัวเองทำงาน เพราะมันมีสิ่งเร้ามากมายทั้งทีวี เตียงนอน สารพัดสิ่งที่จะทำให้เราขี้เกียจ แต่ที่นี่เราไม่ได้เซ็ทให้มีความเป็นบ้านขนาดนั้น แต่มันมีบรรยากาศที่พยายามบอกให้เราทำงาน หรือถ้าคุณบอกว่าไปทำงานที่ร้านกาแฟก็คล้ายกัน แต่ที่ร้านกาแฟ คุณไม่สามารถลุกไปจากที่นั่งเดิมโดยทิ้งของไว้บนโต๊ะได้ แต่สำหรับ Coworking space มีความปลอดภัยแน่นอน

นอกจาก Coworking space จะให้พื้นที่ในการทำงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งซึ่งผู้มาใช้บริการได้รับและถือเป็นประโยชน์สูงสุดนั่นคือการได้เข้าร่วมในชุมชนย่อมๆ เพราะพื้นที่ทำงานในลักษณะนี้มักเป็นที่รวมตัวกันของบุคคลหลากหลายอาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ทุกคนที่เข้ามาทำงานที่นี่มีคอนเนคชั่นในการทำงานเพิ่มมากขึ้น

Muchroom จึงเปรียบเสมือนชุมชนเล็กๆ ของกลุ่มคนทำงานที่ต้องการนั่งทำงานในบรรยากาศสบายใจ ได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและไอเดียต่างๆ ร่วมกันได้

http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

ที่มา: http://home.sanook.com/5645/

รีวิว แบบบ้านแนววิลล่า ด้วยงบ 7 – 9 แสนบาท

รีวิว แบบบ้านแนววิลล่า ด้วยงบ 7 – 9 แสนบาท

หากท่านใดที่กำลังมองหาบ้านหรือแบบบ้านไม้ เพื่อนำไปปลูกที่ต่างจังหวัด หรืออยากสัมผัสกับบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ วันนี้ Blog ตกแต่งสวนและคอนโด เราขอนำเสนอ แบบบ้านแนววิลล่า 2 ชั้น ของต่างประเทศกันสักหน่อย

 

 

 

โดยที่รอบข้างรายล้อมไปด้วยบรรยากาศธรรมชาติ และได้สร้างระเบียงบริเวณชั้นสองที่สามารถรับชมบรรยากาศรอบๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตัวบ้านมีขนาดสองชั้น ใช้โทนสีแดง ดูเด่นๆ ตระหง่านอยู่กลางป่า วัสดุภายนอกชั้นแรกชั้นแรกก่อสร้างด้วยปูน ในขณะที่ชั้นสองจะเป็นในส่วนของไม้

 

 

 

มุมน่ารักๆ แบบนี้ หากใครที่พักอาศัยอยู่ในคอนโด หรือคอนโดมิเนียม ก็ลองนำเทคนิคและรูปแบบสวยๆ นี้ไปใช้เพื่อตกแต่งที่ห้องได้เหมือนกันนะครับ

 

 

โต๊ะรับประทานอาหาร หากนำไปประดับและตกแต่งที่คอนโดหรือที่บ้านของเพื่อนๆ ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียวเลยนะ ถ้ายังไงเพื่อนๆ ก็ลองประยุกต์ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับห้องของเพื่อนๆ ได้นะครับ

 

ภายในนั้นจะเป็นสไตล์คอทเทจ ที่ตกแต่งด้วยงานไม้อย่างเต็มที่ เพดานไม้ ผนังไม้ และพื้นไม้ โทน โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองได้ดี และยังได้เพิ่มวอลเปเปอร์สีขาวเรียบๆ บริเวณห้องนอน เพื่อให้ดูน่ารักขึ้น

 

สำหรับห้องนอน ถึงแม้ว่า จะเล็กไปนิด แต่หากได้อยู่ รับรองว่าอบอุ่นไม่แพ้ห้องใหญ่ๆเลยล่ะ

 

 

ส่วนห้องน้ำก็ทำแยกเป็นโซนเปียกและแห้ง และใช้สีขาวเป็นโทนหลักด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

และด้วยที่ว่า ตัวบ้านนั้นมีขนาดเพียง 70 ตารางเมตร แต่ว่าก็สามารถออกแบบห้องนอนภายในได้มากถึง 3 ห้องด้วยกัน ซึ่งนับว่าเป็นแบบแปลนที่น่าสนใจมากครับ โดยถ้าหากคำนวณเป็นงบประมาณก่อสร้าง ราคาน่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 700,000 – 900,000 บาท

แต่ถ้าหากว่าใครที่ยังไม่รู้ว่าจะตกแต่งบ้านยังไง หรือยังไม่มีพื้นที่ในการสร้างบ้านเป็นของตัวเอง ลองดูราคาจากโครงการขายบ้านใหม่ ขายบ้านพร้อมอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อได้เลยที่นี่ http://www.pruksa.com/

ที่มา: Svenskfast

ข้อมูลจาก : Naibaan

ดูแบบบ้านสไตล์คอทเทจชั้นครึ่ง กระทัดรัด น่าอยู่

ดูแบบบ้านสไตล์คอทเทจชั้นครึ่ง กระทัดรัด น่าอยู่

 

กับเพราะว่าแบบบ้านสวยๆ ในวันนี้ blog ตกแต่งสวนพร้อมด้วยคอนโด ได้แว๊ปๆ แอบไปเห็นบ้านสวยๆ จากเว็ป Naibaan ซึ่งได้นำบ้านสไตล์คอทเทจขนาดขนาดชั้นครึ่งมาให้ได้ชมกันครับ ซึ่งการดีไซน์ก็น่ารักกำลังดี โดยที่เป็นการออกแบบด้วยแนวคิดที่เน้นความกะทัดรัด ผลงานสร้างสรรค์จากกลุ่มนักออกแบบ GMF + Associates ประเทศ USA ครับ

กับในเรื่องของการตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีขาว ที่ตัดกับหลังคาสีเขียว ก็ดูจักดูกลมกลืนกับบรรยากาศรอบๆ ก็เพราะว่าการออกแบบชานบ้านขนาดพอเหมาะเพื่อนั่งเล่น บริเวณชั้นสองมีส่วนที่ยื่นออกมาจากกลางบ้าน

 

 

 

 

 

ซึ่งบริเวณภายในตัวบ้าน นั้นก็ได้เโจษจันกธีมสีเขียวเป็นหลัก เพื่อจักทำให้มันดูโล่งกับโปร่งเป็นพิเศษด้วยประตูพร้อมทั้งหน้าต่างโปร่งใส ที่ช่วยให้แสงภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมทั้งเรื่องเฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่ง ก็จะเโจษจันกเป็นสไตล์วินเทจที่มีความน่ารักสดใสเพราะว่าเฉพาะตัว

 

 

 

 

 

พื้นที่ใช้สอยของ บ้านหลังนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 103 ตารางเมตร ซึ่งเท่าที่ได้คำนวณราคาซื้อขายบ้านแล้วเป็นค่าก่อสร้างในบ้านเรา น่าจะเกือบๆ 1,4 – 1,6 ล้านบาทเพราะว่าคร่าวๆ ค่าเฉพาะโครงสร้าง ไม่รวมงานตกแต่ง ลองรับชมภาพสวยๆเป็นแนวทางกันได้เลย